Those Foreigners and Their Foreign Publications
Share this on

Those Foreigners and Their Foreign Publications

Vasit Dejkunchorn, a retired police general who has served as a royal aide to His Majesty the King for many years (and head of Palace Security in 1973) had an op-ed Matichon last week entitled “Lese Majeste”. Below is a summarised (almost full translation in most parts – any suggested corrections comment away):

/>
ผมพยายามอดทนและไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่หนังสือพิมพ์ต่างประเทศภาษาอังกฤษบางฉบับ ตีพิมพ์บทความหมิ่นประมาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมพยายามคิดว่าผู้เขียน แม้บางคนจะเป็นถึงศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยมีชื่อ และอาจจะได้ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ สังคมและการเมืองของประเทศไทยบ้าง แต่ก็ยังไม่มีความรู้มากจริง ไม่ลึกซึ้งพอที่จะเข้าใจความรู้สึกของคนไทย คนไทยซึ่งมีบรรพบุรุษที่เกิดและตายมาในเมืองไทยเป็นเวลาหลายชั่วคน และบรรพบุรุษเหล่านั้นอยู่ใต้ร่มโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี
/>
/>
[I have tried to be patient and not express my opinions over what foreign magazine(s) has published and which is lese majeste [defamation of HM the King].  I try to think that the writer who is a professor at a well-known university and may have studied about Thai history, society and politics to some extent, but doesn’t have that much knowledge. Not that deep so that he can understand the feelings of Thais. Thais whose ancestors who were born and died in Thailand for many generations. Those ancestors have been living under HM the King’s protection in Thailand for many generations]
/>
แต่ในที่สุดผมก็อดคิดไม่ได้ว่า คนไทยทุกวันนี้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษออกและเขียนหนังสือภาษาอังกฤษได้กันมากขึ้น หลายคนไปเรียนในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษจนได้ปริญญากลับมา (แม้จะยังใช้ภาษาอังกฤษผิดๆ ถูกๆ อยู่ก็ตาม) แต่การไปเรียนในต่างประเทศ และการได้อ่านหนังสือภาษาต่างประเทศ อาจจะทำให้คนไทยบางคนหลงเชื่อตำราที่เขียนโดยนักวิชาการฝรั่งที่ไม่รู้จักเมืองไทยจริง หรืออาจจะเคลิบเคลิ้มตามข้อเขียนหรือบทความ เช่นอย่างที่กำลังได้รับการพิมพ์เผยแพร่อยู่ในขณะนี้ ยิ่งเมื่อได้ทราบข่าวว่า คนไทยบางคนที่เคยไปเรียนต่างประเทศออกมาพูดพาดพิง “เบื้องบน” และอ้างว่าสื่อต่างชาติรู้หรือเข้าใจเบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยด้วยแล้ว ผมก็เห็นว่าโรคปัญญาอ่อนของฝรั่งระบาดถึงคนไทยเสียแล้ว และควรที่ผมจะแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง
/>
[but now I can’t stop thinking that Thais today can read and understand English in increasing numbers. Many have studied overseas and used English until they graduated, but studying overseas and reading foreign publications may cause some Thais to believe books written by foreign academics who don’t really know Thailand or cause them to be in a dreamy state/absent-minded about what is written such as the criticism we see now. Especially since knowing that some Thais who studied overseas have been making reference to the “higher authorities” and state that foreign newspapers know or understand what is happening in the background of Thailand now. I have seen the feeble-mindedness/retardation of farangs spread to Thais and so it is necessary I give my thoughts on this issue].
/>
/>
ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับคนไทยที่มีเงินไปจ้างให้ฝรั่งเขียน เพื่อให้คนอ่านโง่ๆ เข้าใจว่าเป็นฝีมือของฝรั่ง ซึ่งก็อาจจะมีเหมือนกัน
/>
/>
It is not related to Thais  hiring foreigners to write so that stupid people can read it. [I] understand that it is the handiwork of foreigners who might have this as well [this = hiring of people to write???]
/>
เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ความจริงไม่จำเป็นที่จะต้องอุตส่าห์ไปเรียนจนจบมาจากต่างประเทศ คนไทยที่เรียนไม่ถึงชั้นมัธยมแต่เติบโตมาในเมืองไทยก็รู้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่แต่จะทรงอุทิศพระวรกายให้แก่คนไทยและเมืองไทยมาตลอดรัชกาล เป็นเวลานานกว่า 60 ปีเท่านั้น แต่การอุทิศพระวรกายนั้นยังทรงทำด้วยความอดทนและตรากตรำ อย่างที่ไม่มีประมุขของประเทศใดในโลกเสมอเหมือน ผมได้เคยรับราชการใกล้พระยุคลบาทอยู่เพียงไม่ถึง 12 ปีเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมาจนถึงวันนี้ ผมยังติดตามศึกษาพระราชกรณียกิจอยู่ จนผมแน่ใจว่า การอุทิศพระวรกายยังคงทรงทำอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะถูกจำกัดลงเพราะทรงพระประชวรก็ตาม ไม่จำเป็นที่จะต้องทำการสำรวจวิเคราะห์วิจัยอย่างใดเลย ดูแต่สีหน้าและแววตาของคนไทยทั่วประเทศที่ออกมาชุมนุมกันในวันที่มีพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของการครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2549 ก็จะเห็นและรู้ว่า คนไทยทั้งชาติตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณและจงรักภักดีในพระยุคลบาทเพียงใด
/>
[It is not necessary to graduate from overseas, many Thai have studied only have yet to finish primary school, but have grown up in Thailand know that HM the King has sacrificed/dedicated himself for Thais and Thailand for more than 60 years. What he has sacrificed/how he has dedicated himself is such that no Head of State in the world can compare. I still keep up with what HM the King is doing. There is no need to do a survey, just look at the faces and into the eyes of Thai throughout the country who gathered in June 2006 to commenorate His 60th anniversary on the throne. You know then how Thais feel.]
/>
เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทฝ่าละอองธุลีพระบาท ทั้งโดยสื่อต่างประเทศและโดยคนไทยนั้น เห็นจะไม่มีอะไรที่แสดงความรู้สึกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ดีไปกว่าพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ผู้ที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2548 ที่ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา
/>
วันนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้กราบบังคมทูลถวายชัยมงคล ในนามของผู้ที่ไปเฝ้าฯ ซึ่งมีผมรวมอยู่ด้วย
/>
พระราชดำรัสตอนหนึ่งมีว่า “…ความจริงก็ต้องวิจารณ์ (พระองค์) บ้างเหมือนกัน และก็ไม่กลัวว่าถ้าใครจะมาวิจารณ์ว่าทำไม่ดีตรงนั้น ตรงนั้น จะได้รู้…”
/>
On lese majeste you have the King’s words from his address on December 4, 2005 where he said “But in fact, there must be criticisms sometimes. And [I] am not afraid. If someone criticizes me where I do wrong, I will know.” [BP: see here for the full speech and translation of the speech adapted from that translation]
/>
เกี่ยวกับการวิจารณ์พระมหากษัตริย์ ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นการ “ละเมิด” พระมหากษัตริย์นั้น ตรัสว่า “…ให้ละเมิดได้ แต่ถ้าเขาละเมิดผิด เขาก็ถูกประชาชนบ้อม เป็นเรื่องขอให้เขารู้ว่าวิจารณ์อย่างไร ถ้าเขาวิจารณ์ถูกก็ไม่ว่า แต่ถ้าวิจารณ์ผิด ไม่ดี แต่เมื่อบอกว่าไม่ให้วิจารณ์ ละเมิดไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญว่าอย่างนั้น ลงท้ายพระมหากษัตริย์ก็เลยลำบาก แย่ อยู่ในฐานะลำบาก”
/>
On criticism of HM the King or known as violating, HM the King stated “ when they say to criticize is considered violating the king, let them violate. But if they violate wrongly, they get… bombed by the people. The thing is, I ask to know how they criticize. If they criticize rightly, no problem. But if [they] criticized wrongly, no good, but when they say that there can be no criticism, no violation because the Constitution states so then HM the King is in a difficult position”
/>
ในส่วนที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องและจับกุมผู้ต้องหาว่าหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์นั้น รับสั่งว่า “…นักกฎหมายก็ชอบให้ฟ้อง ให้จับเข้าคุก อันนี้นักกฎหมายเขาสอน สอนนายกฯบอกว่าต้องฟ้อง ต้องลงโทษ ก็ขอสอนนายกฯ ใครบอกว่าให้ลงโทษ อย่าลงโทษเขา ลงโทษไม่ดี ไม่ใช่นายกฯเดือดร้อน แต่พระมหากษัตริย์เดือดร้อน…..แต่ถ้านายกฯเกิดให้ลงโทษ แย่เลย แล้วนักกฎหมายต้องการให้ลงโทษคนที่ด่าพระมหากษัตริย์ ทำไป ทำมา…เขาด่านายกฯ ถ้าด่านายกฯ นายกฯเดือดร้อนไหม ไม่ควรเดือดร้อน แต่ถ้าด่านายกฯ พระมหากษัตริย์ก็ไม่เดือดร้อน เพราะว่าเป็นเรื่องนายกฯ แต่ถ้าเขาด่าพระมหากษัตริย์ นายกฯเดือดร้อน เพราะต้องเป็นคน
จัดการ ยุ่งอย่างนี้…”
/>
/>
On prosecutions and people being detained “Now lawyers like to prosecute, to put in jail. Lawyers advise… advise the prime minister, telling him to… to… to sue, to punish. [I] advise the prime minister that whoever… whoever advises [you] to punish… do not to punish them [the offenders]. To punish is not good. In the end, it’s not the prime minister that is troubled, but the king…But if the prime minister  punishes them, then it’s terrible. And lawyers want to punish those who insult the king. Eventually… okay… They insult the PM, if they insult the PM, is the PM troubled? Shouldn’t be. If they insult the PM, the king isn’t… isn’t… isn’t troubled, because that’s the PM’s business. But if they insult the king, the prime minister is troubled, because he has to deal with it”.
/>
ตอนหนึ่งของพระราชดำรัสองค์นั้น เกี่ยวกับชาวต่างประเทศโดยตรง รับสั่งว่า “…แต่มีฝ่ายชาวต่างประเทศ มีบ่อยๆ ละเมิดพระเจ้าอยู่หัว ละเมิดเดอะคิง แล้วก็หัวเราะเยาะว่าเดอะคิงของไทยแลนด์ พวกคนไทยทั้งหลายนี่ เป็นคนแย่ ละเมิดไม่ได้ ในที่สุดถ้าละเมิดไม่ได้ก็เป็นคนเสีย” และอีกตอนหนึ่งว่า “…ต่างประเทศเขาบอกว่าเมืองไทยนี่ พูดวิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้…ก็เข้าคุก มีที่เข้าคุก เดือดร้อนพระมหากษัตริย์ ต้องบอกว่าเข้าคุกแล้วต้องให้อภัย ที่เขาด่าเราอย่างหนัก ฝรั่งเขาบอกว่าในเมืองไทยนี่ พระมหากษัตริย์ถูกด่า ต้องเข้าคุก ที่จริงควรเข้าคุก แต่เพราะฝรั่งบอกอย่างนั้น ก็ไม่ให้เข้า ไม่มีใครกล้าเอาคนที่ด่าพระมหากษัตริย์เข้าคุก เพราะพระมหากษัตริย์เดือดร้อน เขาหาว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนที่ไม่ดี อย่างน้อยที่สุดก็เป็นคนขี้จั๊กจี้ ใครว่าอะไรสักนิด ก็บอกให้เข้าคุก ที่จริงพระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุก ตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อนๆ เป็นกบฏ ก็ยังไม่จับใส่คุก ไม่ลงโทษ รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ลงโทษ ไม่ได้ลงโทษผู้ที่เป็นกบฏ มาจนถึงต่อมา รัชกาลที่ 9 ใครเป็นกบฏ ก็ไม่เคยมี แท้ๆ ที่จริงก็ทำแบบเดียวกัน ไม่ให้เข้าคุก ให้ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกแล้วก็ให้ปล่อย ถ้าไม่เข้าก็ไม่ฟ้อง เพราะเดือดร้อน ผู้ที่ถูกด่าเป็นคนเดือดร้อน” (ส่วนที่เน้นด้วยตัวพิมพ์หนาและขีดเส้นใต้เป็นของ
ผมเอง)
/>
At one point, HM the King mentions about foreigners “There are foreigners who often criticise the king and laugh about the King of Thailand. All the Thais cannot criticize”. In another part “Foreigners say in Thailand one can’t criticize the king, that if they criticize and go to jail. This troubles the king, who must say, after the jailing, to forgive them for insulting me severely. Farangs say in Thailand, when the king gets insulted, [the offender] must go to jail. Indeed, they should go jail. But because the farangs say so, [we] won’t let them go to jail. Nobody dares put the guy who insults the king in jail, because the king is troubled. They say the king is no good, or at least excitable. Excitable. Somebody criticizes [him] a little, [he] says to put them in jail. In fact, the king’s never said to put them in jail.
/>
From previous reigns, even rebels were not put in jail, not punished. King Rama VI didn’t punish, didn’t punish those who rebelled. Until later, [under] King Rama IX, whoever rebelled, which had never really occurred anyway, were not put in jail, [but] were set free. Or if… if they were already in jail, they were set free. If they were not in jail, [they] were not… not… not prosecuted. Because [it’s] troublesome. The one who is insulted is the one who is troubled.
/>
/>
พระราชดำรัสเพียงเท่าที่คัดมาบางตอนนี้ ฝรั่งบางคนอาจจะอ่านออก แต่ไม่เข้าใจ เพราะฝรั่งมันมีแต่ปริญญาอ่านออกเขียนได้ แต่ไม่สามารถที่จะรู้ซึ้งในความเป็นไทยได้ แต่พระราชดำรัส และโดยเฉพาะพระราชกรณียกิจตลอดรัชกาล ที่แสดงให้เห็นพระราชอุตสาหะและการอุทิศพระวรกายให้แก่คนไทยและเมืองไทยอย่างปราศจากเงื่อนไขนั้น น่าจะเพียงพอที่จะทำให้คนไทยที่มีเลือดไทย เข้าใจความเป็นไทย มีจิตสำนึก และมีความรับผิดชอบ (ไม่ใช่เพียงแต่อาศัยเมืองไทยเป็นที่เกิดและมีแต่การศึกษาเท่านั้น) ตระหนักในน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตระหนักว่าทรงรู้สึกอย่างไรกับผู้ที่วิจารณ์หรือ “ละเมิด” ฝ่าละอองธุลีพระบาท
/>
From the excerpted parts, some foreigners may be able to read it, but not understand as foreigners only have degrees to read and write, but they cannot know Thainess. However, the royal address and from HM the King’s activities and unconditional sacrificie/dedication should be sufficient for Thais with Thai blood to know Thainess. To have good sense and responsibility (not just residing in Thailand as your birthplace and to study). Be aware of all what HM the King has done. Be aware of [his] feelings about those who criticise or violate.
/>
ถ้าไม่ตระหนัก แต่ยังหลงคิดอยู่ว่า นักเขียนนักวิชาการฝรั่งรู้จักเมืองไทยและพระมหากษัตริย์ไทยดี และหลงเชื่อมัน ก็แปลว่า การศึกษาที่ได้มาทั้งจากในเมืองไทยและต่างประเทศนั้นไร้ประโยชน์ ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะจิตภาวะเสื่อม ตกต่ำ หรือวิปริตเสียแล้ว ใครที่เป็นเพื่อนฝูงญาติพี่น้องควรหาทางเอาตัวไปบำบัดโดยเร็ว
/>
If [you] are not aware and believe that foreign academics know Thailand the King better and believe them then this means that the education you received from within Thailand and abroad is worthless. It doesn’t help as your mind is becoming degenerate, it is in decline, or you are abnormal/unhinged. Those who are relatives or friends of such a person should take them to seek treatement.
/>
“อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา” เป็นสุภาษิตไทยบทหนึ่ง แต่ควรรู้ว่า คนไทยที่ “ถือ” คนบ้านั้นมีให้เห็นอยู่เสมอ
/>
“Don’t mind the mad, don’t blame the drunk” is a Thai proverb, but you should know that Thais that “respect” the mad are always there. 
/>
/>
BP: Hmm, what can one say? Apologies for it being long, but it was a unique insight into elite thinking which deserved attention.
/>
h/t to a reader.