ในปัจจุบันมีนักข่าว/นักวารสารศาสตร์ที่ผ่านการรับรองจากมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก และแม้ว่าคุณจะได้ทำงานในองค์กรสื่อต่างๆ โดยที่ไม่มีประสบการณ์หรือใบปริญญา แต่ในปัจจุบันตำแหน่งงานด้านสื่อมวลชนโดยเฉพาะงานในองค์กรของรัฐบาลนั้น ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่จบการศึกษาอย่างน้อยในระดับอุดมศึกษา

คุณอาจจะรู้สึกว่าการตัดสินใจไม่ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาด้านวารสารศาสตร์ไม่ใช่ปัญหาอะไรแต่นี่อาจเป็นการตัดสินใจที่คุณจะต้องเสียใจในที่สุด

ความคิดเห็นส่วนใหญ่ที่มีต่อสถาบันด้านวารสารศาสตร์ที่ดีและมีคุณภาพนั้นเป็นความคิดเห็นส่วนตัวและความคิดเห็นเหล่านี้อาจจะได้รับอิทธิพลมาจากประสบการณ์ส่วนตัวอีกเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลักสูตรวารสารศาสตร์ที่ดีย่อมทำให้บัณฑิตมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับสูงในอุตสาหกรรม ทั้งนี้ชื่อเสียงของสถาบันก็จะเพิ่มขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆ และมีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อของคุณ

หลักสูตรด้านวารสารศาตร์บางหลักสูตรที่มีเกณฑ์ในการรับสมัครนักศึกษาสูงไม่เป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับหลักสูตรที่มีเกณฑ์การรับนักศึกษาที่ต่ำกว่าเนื่องจากหลักสูตรเหล่านั้นไม่มีบัณฑิตที่มีชื่อเสียงเลย ดังนั้น คำถามที่ว่า ใครเป็นบัณฑิตที่มีชื่อเสียงที่ศึกษาจบจากหลักสูตรนี้บ้าง?  จึงเป็นคำถามที่คุณควรสอบถาม โดยทั่วไป มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะเก็บบันทึกประวัติบัณฑิตที่มีความสามารถโดดเด่นโดยมักจะเขียนแนะนำรายชื่อบัณฑิตเหล่านี้ไว้ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย

รูปภาพ: มหาวิทยาลัยแบ๊บติสต์ฮ่องกง

วิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเกี่ยวกับการศึกษาต่อคือ คุณต้องนึกถึงอาชีพที่คุณต้องการทำมากที่สุดเมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ แล้วติดต่อไปหาบรรณาธิการ, หัวหน้าพนักงาน หรือ ที่ปรึกษาในองค์กรใดๆ ก็ตามที่คุณสนใจเข้าทำงานด้วยและสอบถามว่าพวกเขาต้องการให้คุณมีความรู้ความสามารถในด้านใดและคุณจะต้องศึกษาต่อในหลักสูตรใด

และแน่นอนที่สุด หลักสูตรด้านวารสารศาสตร์ที่ใช้สอนในปัจจุบันต้องมีส่วนช่วยทำให้นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ เพราะหลักสูตรที่ไม่มีการสอนด้านสื่อดิจิตอลหรือสื่อใหม่ๆ นั้นจะทำให้นักศึกษาเสียเปรียบในอุตสาหกรรมนี้อย่างมาก

เจ้าหน้าที่สาขาวิชาวารสารศาสตร์ส่วนใหญ่เข้าใจความสำคัญของสื่อดิจิตอลและติดต่อให้อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมและช่วยพัฒนาทั้งหลักสูตรและอุปกรณ์ต่างๆ ให้ทันสมัย

การให้ความสำคัญด้านสื่อดิจิตอลจะมากหรือน้อยนั้นย่อมแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละหลักสูตรและถ้าหากว่าคุณต้องการศึกษาต่อในด้านนี้ คุณต้องตรวจสอบว่าทางสถาบันจะช่วยทำให้คุณมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้เป็นพิเศษเพื่อให้คุณได้เปรียบผู้อื่นในการทำงานหรือไม่ เพราะคุณสมบัติด้านการศึกษาสื่อดิจิตอลในระดับอุดมศึกษาจะช่วยทำให้คุณก้าวหน้าในอาชึพการงานได้อย่างไม่ต้องสงสัยแต่สื่อดิจิตอลเป็นสาขาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นคุณจำเป็นต้องพัฒนาปรับปรุงทักษะต่างๆ ของคุณอย่างไม่หยุดนิ่งเช่นเดียวกัน

หลักสูตรด้านวารสารศาสตร์ที่มีคุณภาพควรดำเนินการสอนโดยเจ้าหน้าที่หรือคณะอาจารณ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ ตรวจสอบประวัติของเจ้าหน้าที่หรือคณะอาจารย์ทางอินเตอร์เน็ต อาจารย์และผู้บรรยายเหล่านี้มีประวัติการศึกษาด้านวารสารศาสตร์ที่คุณต้องการเอาเป็นแบบอย่างหรือไม่? ถ้ามี ก็เป็นไปได้มากที่พวกเขาจะช่วยให้คุณได้ฝึกการทำงานหรือฝึกประสบการณ์วิชาชีพในองค์กร/บริษัทที่คุณต้องการและตอบคำถามต่างๆ ที่คุณอยากรู้ได้

การสนับสนุนช่วยเหลือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อนักศึกษาชาวเอเชียที่เรียนแบบนานาชาติ นักศึกษาปัญหาที่แตกต่างกัน ถ้าคุณมีปัญหาด้านภาษา คุณจะไม่สามารถปกปิดปัญหานี้ได้ในช่วงที่เรียนอยู่ ดังนั้นมหาวิทยาลัยที่คุณเรียนอยู่ควรให้การสนับสนุนช่วยเหลือแก่คุณโดยที่ไม่เป็นการขัดขวางหรือทำให้คุณต้องเรียนนานมากขึ้นกว่าเดิม รายละเอียดด้านการสนับสนุนช่วยเหลือนักศึกษาของทางมหาวิทยาลัยควรจะมีอยู่ในเว็บไซต์ในหัวข้อการบริการนักศึกษา

ข้อมูลในแบบสำรวจความพึงพอใจของนักศึกษาข้อหนึ่งชี้ให้เห็นว่าหลักสูตรด้านวารสารศาตร์ที่เชื่อว่าดีที่สุดบางหลักสูตรนั้นได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เราเข้าใจว่านี่อาจจะเป็นเพราะนักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรที่ดีๆ นั้นมักจะมีความคาดหวังสูงกว่าและมีแนวโน้มที่จะมีความคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์มากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วนี่เป็นวิธีการคิดที่พวกเขาถูกสอนให้มีจากการเรียนด้านวารสารศาสตร์นั่นเอง

สถาบัน/สาขาวิชาด้านวารสารศาสตร์สิบอันดับต้นๆ ต่อไปนี้ไม่ได้เรียงตามลำดับอะไรเป็นพิเศษ เราได้รวบรวมมหาวิทยาลัย/สถาบันเหล่านี้โดยดูจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม, ชื่อเสียงของอุตสาหกรรม, จุดแข็งในสื่อดิจิตอลและสื่อสังคม, ชื่อเสียงของสถาบัน, เงินเดือนและความสำเร็จของงาน และความเข้าใจที่มีต่อวัฒนธรรมเอเชีย

รูปภาพ: สถาบันด้านสื่อมวลชนเบอร์มิ่งแฮม

ผู้เชี่ยวชาญพูดว่าอย่างไรบ้าง
เราสอบถามนักข่าว, นักวิชาการ และนักเขียนประจำของเราที่มีชื่อเสียงในระดับต้นๆ ว่านักศึกษาควรใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจเลือกสถาบันด้านวารสารศาสตร์ และนี่คือความคิดเห็นของพวกเขา

คาร์ลอส เอช. คอนเด, นักข่าวอิสระชาวฟิลิปปินส์
นักศึกษาที่กำลังคิดที่จะศึกษาต่อควรตรวบสอบก่อนว่ามีอาจารย์ที่ประกอบอาชีพเป็นนักข่าวจริงๆ อยู่ในคณะบ้างหรือไม่ เพื่อนักศึกษาจะได้แน่ใจว่าการเรียนการสอนทั้งหมดหรือบางส่วนมีพื้นฐานมาจากประสบการณ์การทำงานเป็นนักข่าวจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิชาเฉพาะต่างๆ เช่น วารสารศาสตร์เชิงสืบสวนสอบสวน หรือ วารสารศาสตร์สื่อประสม นอกจากนี้ สถาบันด้านวารสารศาสตร์ที่ดีควรจะมีหลักสูตรและรายวิชาที่หลากหลายเช่นในด้านวารสารศาสตร์สื่อประสม เพราะอย่างน้อยที่สุด ผมไม่คิดว่าจะยังมีนักศึกษาด้านวารสารศาตร์ที่เรียบจบออกมาโดยที่ไม่มีความรู้พื้นฐานด้านวารสารศาสตร์สื่อประสมเลย สุดท้ายนี้ สถาบันที่มีโปรแกรมตรวจสอบด้านวารสารศาสตร์, แนวโน้มของสื่อและปัญหานั้นมักเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าสถาบันนั้นๆ ใส่ใจต่อการสอนด้านวารสารศาสตร์อย่างจริงจัง

เกรแฮม บาร์นฟิลด์, หัวหน้าภาควิชาวารสารศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอีสต์ลอนดอน
นักศึกษาที่สนใจเรียนต่อควรถามตัวเองว่าต้องการได้อะไรจากการเรียนหลักสูตรที่ตัวเองสนใจ ความแตกต่างระหว่างการฝึกอบรมและการศึกษาด้านสื่อเฉพาะทางสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน และสำคัญมากที่จะไม่นำเอาเรื่องทั้งสองอย่างนี้มาปนกัน คำถามที่ผมถามนักศึกษาเสมอ คือ คุณต้องการทำงานอะไร?นักศึกษาควรดูว่ามีอะไรที่ทางมหาวิทยาลัยหรือทางสาขาวิชาเสนอให้บ้าง พวกเขาจะได้พัฒนาฝีมือในฐานะที่เป็นนักเขียนได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเรียนตลอดหลักสูตรในสถาบันนั้นๆ? (นักศึกษาด้านวารสารศาสตร์ที่ดีควรจะเขียนข่าวได้อยู่แล้ว แต่กระนั้นอาจยังต้องมีการปรับปรุงพัฒนาการเขียนอยู่) โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบบทเรียนที่เป็นการผสมผสานระหว่างงานเขียนจากผู้เชี่ยวชาญและบทวิจารณ์ เพื่อที่นักศึกษาจะได้ไม่ต้องเรียนแต่เฉพาะเนื้อหาที่คัดมาจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น, หรือเรียนแต่ทักษะบางอย่าง เช่น การจดชวเลข และการสังเกตการณ์การประชุมสภาท้องถิ่น ปัญหาว่าทำไมต้องมาเป็นนักข่าวตั้งแต่แรกหรือปัญหาทุกๆ เรื่องไม่ควรจะเป็นคำถามที่ไกลเกินไป

ฟรานซิส เวด, นักเขียนและผู้ช่วยบรรณาธิการให้กับสำนักข่าว Democratic Voice of Burma
ปัจจัยสำคัญที่คุณต้องพิจารณาดูเมื่อต้องตัดสินใจเลือกสถาบันเพื่อเรียนด้านวารสารศาสตร์คือ สถาบันที่คุณเลือกนั้นมีหลักสูตรที่เหมาะสมต่อการรายงานข่าวภาคปฎิบัติที่ใช้ได้จริงพร้อมกับมีความเข้าใจที่ดีและลึกซึ้งต่อวิธีการทำงานในอุตสาหกรรมสื่อหรือไม่ ทั้งภาคปฎิบัติของการรายงานข่าวและความเข้าใจที่ลึกซึ้งต่อการทำงานในอุตสาหกรรมสื่อมีบทบาทสำคัญต่อผลลัพธ์ที่คุณจะได้และช่วยให้คุณเข้าใจความน่าเชื่อถือขององค์กร/สถาบันใดๆ ก็ตามที่คุณเลือก สื่อหรือส่วนใหญ่ยอมเสียสละการทำข่าวที่ดีเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สามารถนำไปเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของผู้ฟัง/ผู้อ่านในกระแสหลักเท่านั้น โดยไม่ดูว่ารายงานข่าวที่เผยแพร่ออกไปนั้นมีจุดแข็งอะไรบ้าง และสถาบันด้านวารสารศาสตร์ที่ดีควจจะช่วยให้คุณได้พัฒนาทั้งความเข้าใจที่ลึกซึ้งในเรื่องหน้าที่การทำงานในอุตสาหกรรมนี้และช่วยให้คุณมีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการเตรียมความพร้อมให้คุณเป็นนักข่าวที่กระตือรือร้นและไวต่อความรู้สึก

บาลา มูราลิ กฤษณา, นักข่าวอิสระและอาจารย์สอนด้านวารสารศาสตร์จากประเทศอินเดีย
นักศึกษาควรตรวจสอบว่าหลักสูตรด้านวารสารศาสตร์ของสถาบันที่สอนนั้นๆ มีเนื้อหาภาคปฎิบัติที่เพียงพอหรือไม่ สำหรับนักศึกษาที่สนใจศึกษาต่อในด้านสื่อใหม่หรือด้านสื่อโทรทัศน์การตรวจสอบข้อมูลด้านหลักสูตรนี้มีความสำคัญมาก นักศึกษาควรหาข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์จริงที่คณะอาจารย์นำมาสอนในชั้นเรียน และดูว่าทางโรงเรียนสามารถนำนักข่าวอาชีพมาเป็นวิทยากรหรืออาจารย์พิเศษได้หรือไม่ สุดท้ายนี้ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดูว่าสถาบันที่สอนด้านวารสารศาตร์นั้นดีหรือไม่ดีคือ บัณฑิตที่จบไปแล้ว พวกเขาทำงานกันที่ไหน? พวกเขาทำงานในตำแหน่งอะไร? ฯลฯ

เกวิน เอทคิ่นส์, นักเขียนคอลัมน์ให้กับ ABC Online และ The Australian
มหาวิทยาลัยบางแห่งมีหลักสูตรด้านวารสารศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง และถ้าคุณได้เรียนหลักสูตรเหล่านี้ผมก็ยินดีด้วย อย่างไรก็ตาม คำแนะนำของผมก็คือ ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนก็ตามจงเอาแฟ้มผลงานส่วนตัวที่คุณทำไปด้วย ถ้าคุณสามารถนำเสนอแฟ้มผลงานที่น่าประทับใจของคุณให้แก่นายจ้างได้แล้ว คุณก็มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพได้อีกไกล นอกจากนี้ถ้าคุณมีความสนใจส่วนตัวอื่นๆ เป็นพิเศษ เช่น เรื่องเรือยอชท์, วิทยาศาสตร์, แฟชั่น หรือ การท่องเที่ยว หรือไม่ว่าคุณจะสนใจอะไรก็ตาม การเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่คุณสนใจอาจเป็นสิ่งที่ทำให้คุณได้เปรียบคู่แข่ง และช่วยให้คุณได้ค้นพบงานที่คุณชอบได้

แอนดรู สปูนเนอร์, นักเขียนบล็อกและนักเขียนหนังสือท่องเที่ยวจาก the Guardian
จากประสบการณ์ในการสอนวิชาวารสารศาสตร์ให้แก่นักศึกษาในระดับปริญญาตรี มีความเป็นไปได้ที่ผมจะถามถึงเครื่อข่ายที่พวกเขามีในอุตสาหรกรรมนี้ พวกเขามีวิทยากรที่มีคุณภาพและมีอาจารย์ผู้สอนที่มีผลงานด้านการเขียนข่าวที่ได้รับการรับรองและตีพิมพ์หรือไม่? ในสหราชอาณาจักร พวกเขามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับหลักสูตร NCTJ หรือไม่ หรือถ้าเป็นในประเทศอื่นๆ พวกเขามีมาตรฐานหลักสูตรที่คล้ายคลึงกันนี้หรือไม่? พวกเขาส่งเสริมให้มีการคิดอย่างมีวิจารณญาณและให้นักเรียนได้ศึกษาปัญหากว้างขึ้นหรือไม่? การสอนให้นักศึกษาทำสิ่งต่างๆ เป็นเรื่องที่ง่าย แต่การให้นักศึกษาได้คิดว่าพวกเขากำลังทำอะไร/ทำอย่างไร/เพราะเหตุใด เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า

รูปภาพ: Medill Northwestern University.

และนี่คือสถาบันด้านวารสารศาสตร์ที่มีชื่อเสียง 10 อันดับสำหรับนักศึกษาชาวเอเชีย…

มหาวิทยาลัยแบ๊บติสต์ฮ่องกง
ในขณะที่นักศึกษาที่สนใจศึกษาต่อในสาขาวารสารศาสตร์จากประเทศต่างๆ พากันไปเรียนที่วิทยาลัยด้านสื่อที่มีชื่อเสียงและแพงในยุโรปและสหรัฐอเมริกาแต่ก็ยังมีนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่กำลังมองหาโอกาสทางความก้าวหน้าในตลาดที่กำลังรุ่งเรืองในเอเชีย สำหรับนักศึกษาที่มีความทะเยอทะยานและต้องการสร้างอาชีพในตลาดที่มีการเจริญเติบโตของผู้บริโภครวดเร็วที่สุดในโลกแล้ว การศึกษาต่อในระดับปริญญาจากมหาวิทยาลัยแบ๊บติสต์ฮ่องกงถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากทางหนึ่ง ภาควิชาวารสารศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแบ๊บติสต์ฮ่องกง, ดำเนินการสอนภายใต้การดูแลของสาขาวิชาการสื่อสาร (School of Communication) มาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2503 เป็นต้นมาและกลายเป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จที่สุดที่มีในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทางภาควิชาได้ผลิตนักข่าวที่มีความสามารถมากที่สุดในภูมิภาคนี้ให้แก่ฮ่องกงและจีนอย่างต่อเนื่อง ที่มหาวิทยาลัย HKBU วิชาต่างๆ ในสาขาวารสารศาสตร์ทั้งหมดที่เปิดสอนนั้นดำเนินการโดย สาขาวิชาการสื่อสาร และวารสารศาสตร์ถือว่าเป็นสาขาเด่นที่นี่ แต่สาขาอื่นๆ ที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ สาขาภาพยนตร์และสาขาการสื่อสาร อ่านต่อที่นี่

สาขาวิชาวารสารศาสตร์ สถาบันเมดดิล มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น
หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาส่วนใหญ่จำกัดไม่ให้นักศึกษาได้กลับบ้านหรือหยุดช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเพื่อไปท่องเที่ยวกับเพื่อน แต่ไม่ใช่กับมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ที่อยู่ในเมืองอีแวนสตัน รัฐอิลลินอยส์ ไม่ห่างจากชิคาโก ที่ที่นักศึกษาวารสารศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์ สถาบันเมดดิลได้มีโอกาสเดินทางหลายพันไมล์เพื่อติดตามรายงานข่าวที่สำคัญและน่าสนใจบ่อยๆ เมดดิลเป็นหนึ่งในสถาบันที่สอนด้านวารสารศาสตร์ที่มีชื่อเสียงติดหนึ่งในสิบอันดับของสหรัฐอเมริกา เปิดสอนในหลักสูตรทั้งระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาที่ช่วยผลิตนักข่าว/นักวารสารศาสตร์ที่มีคุณสมบัติและมีความเชี่ยวชาญมากที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเปิดสอนมาไม่ถึงหนึ่งศตวรรษ สาขาวิชานี้ก็ได้ผลิตนักข่าวที่ชนะรางวัลพูลิเซอร์มาแล้วเกือบ 40 คน และนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ก็ได้รับการกระตุ้นและส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จในระดับยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับศิษฐ์เก่าเหล่านั้น คณะอาจารย์ที่สอนเต็มเวลานั้นประกอบไปด้วยอาจารย์ที่มีประสบการณ์ด้านอาชีพอย่างกว้างขวางและมีเส้นสายในแวดวงอุตสาหกรรม โรงเรียนวารสารศาสตร์เมดดิลยังดึงเอาชุมชนนักข่าวแห่งชิคาโกมาช่วยอบรมเพิ่มเติมเฉพาะทางในด้านการรายงานข่าว, การถ่ายภาพนิ่ง, การถ่ายเคลื่อนไหว, การบรรยายข่าวสารคดี, การแก้ไขนิตยสาร, การออกแบบเว็บและอื่นๆ อีกมากมาย อ่านต่อที่นี่

สถาบันด้านสื่อมวลชนเบอร์มิ่งแฮม
ถ้าหากว่าการพยายามสร้างอาชีพในอุตสาหกรรมสื่อมวลชนนั้นง่ายเหมือนกับการเรียนทฤษฎีและการเก็บเกี่ยวความรู้ความเข้าใจด้านเทคนิคที่จำเป็นแล้วละก็ การศึกษาในสาขาวิชาสื่อมวลชนในสถาบันหรือมหาวิทยาลัยใดก็ตามก็คงจะไม่มีความแตกต่างกัน แต่ใครก็ตามที่ได้ใช้เวลาศึกษาเป็นอย่างดีแล้วจะพบว่าการก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมด้านสื่อนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สาขาวิชาสื่อมวลชนที่เบอร์มิ่งแฮมเป็นสาขาวิชาสื่อมวลชนแบบเตรียมทักษะซึ่งหมายความว่า รายวิชาต่างๆ ที่เปิดสอนในสาขาวิชานี้ได้รับการยอมรับจากคณะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้ว่าสามารถเตรียมความพร้อมให้นักศึกษามีความเชี่ยวชาญทางอุตสาหกรรมเพื่อการเริ่มต้นอาชีพในงานด้านสื่อมวลชน ความจริงที่ว่ามีสาขาวิชาอยู่ไม่ถึง 20 แห่งในสหราชอาณาจักรที่จัดหลักสูตรการสอนแบบนี้จึงทำให้สาขาวิชาสื่อมวลชนที่เบอร์มิ่งแฮมเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจทันที สาขาวิชาสื่อมวลชนที่เบอร์มิ่งแฮมเป็นหนึ่งในสาขาวิชาที่เก่าแก่ในประเทศที่สอนด้านสื่อมวลชนและจำนวนนักศึกษาที่จบไปแล้วมีอัตราการจ้างงานอยู่ในเกณฑ์สูงมากอีกด้วย อ่านต่อที่นี่

วิทยาลัยวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
วิทยาลัยวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบียเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยไอวีลีก (Ivy League University) และเป็นหนึ่งในสาขาวิชาด้านวารสารศาสตร์ทื่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในโลก และนี่เป็นเหตุผลที่เห็นได้ชัดเจนว่านักข่าว/นักวารสารศาสตร์มากมายอยากได้ใบประกาศนียบัตรรับรองจากสถาบันแห่งนี้ กล่าวง่ายๆ ก็คือ การจะได้รับปริญญาจากสถาบันแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย วิทยาลัยวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบียเปิดสอนทั้งหมดสามหลักสูตร หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ ในขณะที่หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตเหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้พื้นฐานด้านวารสารศาสตร์มาบ้างแล้ว หลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตในสาขาการสื่อสารก็มีเปิดสอนที่นี่ด้วยเช่นกัน คณะอาจารย์บางท่านที่วิทยาลัยวารสารศาสตร์โคลัมเบียล้วนแล้วแต่เป็นคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมนี้ อาจารย์เหล่านั้นเป็นนักเขียนคอลัมน์ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงอย่างมากในวงการ, เป็นนักเขียน/นักประพันธ์, เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อและผู้รายงานข่าว และพวกเขาต่างเคยได้รับรางวัลพูลิเซอร์มากันแล้วอีกด้วย

วิทยาลัยวารสารศาสตร์เบิร์กลีย์, มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย
สาขาวารสารศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เป็นสาขาวารสารศาสตร์ที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา เปิดหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตระยะเวลา 2 ปีให้แก่นักศึกษาที่สนใจ สาขาวารสารศาสตร์ที่นี่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของสาขาวารสารศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่องและมีวิทยากรพิเศษและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมวารสารศาสตร์ที่โดดเด่นเป็นอาจารย์รับเชิญที่นี่หลายต่อหลายท่าน  นักศึกษาเลือกเรียนจากสาขาด้านสื่อที่เปิดสอนทั้ง 7 สาขา ได้แก่: สาขาสื่อวิทยุ, สาขาสื่อโทรทัศน์, สาขาสื่อภาพยนตร์สารคดี, สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, สาขาสื่อนิตยสาร, สาขาสื่อหนังสือพิมพ์ และสาขาสื่อใหม่ จากสถาบันด้านวารสารศาสตร์นอร์ทเกตฮิลล์ซึ่งเดิมเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 การเรียนที่นี่เน้นการปฎิบัติ และนักศึกษาทุกคนต้องได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพอย่างน้อยหนึ่งแห่งในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ และคุณจะได้เกี่ยวเกี่ยวทั้งเทคนิคการรายงานข่าวและเทคนิคด้านทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีเพื่อจะได้ทำงานเป็นนักข่าว/นักวารสารศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 การฝึกอบรมข้ามสายงานหรือ Cross-training มีความสำคัญต่อการศึกษาที่นี่มาก นักศึกษาที่มีใจรักต่องานด้านสื่อวิทยุก็มีอาจจะพบว่าตัวเองสนใจงานด้านการถ่ายภาพหรือสื่อใหม่ด้วยเช่นเดียวกัน

รูปภาพ: สถาบันด้านสื่อมวลชนเบอร์มิ่งแฮม

สาขาวิชาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยคาร์ดีฟ
สาขาวิชาวารสารศาสตร์, สื่อมวลชน และ วัฒนธรรมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยคาร์ดีฟเปิดสอนมาตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ. 2513  และเป็นสาขาวิชาที่เปิดสอนมาอย่างยาวนานที่สุดในยุโรป สาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคาร์ดีฟเป็นสถาบันการศึกษาที่มีเกียรติและทรงคุณค่า และได้รับการขนานนามว่าเป็นเสมือน “มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดด้านวารสารศาสตร์” สำหรับนักศึกษาที่อยู่ในยุโรปไม่มีที่ที่จะดีกว่าที่นี่อีกแล้วในการเริ่มอาชีพในสาขาวารสารศาสตร์ หลักสูตรที่เปิดสอนมีหลายหลักสูตรและหลายระดับไม่ว่าจะเป็นระดับปริญญาตรี, ระดับปริญญาโท และระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง (บัณฑิตศึกษา) หลักสูตรในระดับปริญญาตรีเน้นด้านวิชาการและการค้นคว้าวิจัยเป็นหลัก และหลักสูตรเหล่านี้ได้รับคะแนนจากแบบสำรวจความพึงพอใจของนักศึกษาระดับชาติอยู่ในเกณฑ์สูงอย่างต่อเนื่องด้วย ในขณะที่หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาเน้นรายวิชาที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเป็นหลัก งานวิจัยต่างๆ ที่ดำเนินการวิจัยโดยทางสาขาวิชาที่นี่ล้วนแล้วแต่น่าประทับใจ จริงๆ แล้วงานวิจัยในมหาวิทยาลัยคาร์ดีฟไม่มีหมาวิทยาลัยใดสู้ได้ในสหราชอาณาจักร ในปี พ.ศ. 2551 คณะกรรมการตรวจสอบอิสระพบงานวิจัยเกือบครึ่งหนึ่งที่เป็นงานวิจัยของสาขาวิชาว่าเป็นงานวิจัยระดับ “ชั้นนำของโลก” และงานวิจัยอีก 3 ฉบับเป็นงานวิจัยที่ “ยอดเยี่ยมในระดับนานาชาติ”

อีเอสเจ ปารีส
อีเอสเจ ปารีส เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (ทั้งอีเอสเจ ปารีส และสาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่มิซซูรี่มีความเก่าแก่พอๆ กันแต่ก็ยังระบุไม่ได้ว่าสถาบันใดเก่าแก่กว่ากัน) Ecole Supérieure de Journalisme หรืออีเอสเจก่อตั้งขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 และในปัจจุบัน อีเอสเจเป็นสถาบันพันธมิตรที่ทำโครงการร่วมกับองค์กรสำคัญๆ เช่น โครงการการฝึกอบรมพลเรือนของนาโต้ อีเอสเจมีคณะอาจารย์ทั้งสิ้น 130 ท่าน อาจารย์เกือบทั้งหมดประกอบอาชีพด้านวารสารศาสตร์เต็มเวลา ส่วนอาจารย์ที่ไม่ได้มีพื้นฐานเฉพาะทางในด้านวารสารศาสตร์ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นข้าราชการ, ทนายความ หรืออาจารย์มหาวิทยาลัย อาจารย์ทุกท่านที่สอนที่อีเอสเจต่างมีคุณสมบัติที่เหมาะสมครบครันเพราะที่นี่เป็นหนึ่งในสาขาวิชาวารสารศาสตร์อันทรงเกียรติที่สุดในโลกแต่ข้อจำกัดคือการเรียนการสอนในวิทยาเขตในปารีสใช้ภาษาอังกฤษเพียง 20% ส่วนอีก 80% สอนเป็นภาษาฝรั่งเศส ดังนั้นนักศึกษาที่สนใจเข้าศึกษาต่อควรมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาฝรั่งเศสด้วย ส่วนวิทยาเขตในคาซาบลังกาและดูไบจะจัดการเรียนการสอนบางหลักสูตรเป็นภาษาอาหรับ

สาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่มิซซูรี-โคลัมเบีย
สาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่มิซซูรี่-โคลัมเบียเป็นสาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและเก่าแก่ไม่แพ้สถาบันอีเอสเจ ปารีสที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถาบันทางการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นักศึกษาในระดับปริญญาตรีด้านวารสารศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่มิซซูรี่-โคลัมเบียสามารถเลือกสาขาเฉพาะทางต่างๆ ที่มีมากถึง 25 สาขา เช่น สาขาการผลิตสื่อวิทยุ, สื่อโทรทัศน์หรือสื่อมัลติมีเดีย นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษา เช่น หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตและหลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สำหรับหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตนักศึกษาสามารถเรียนจบได้ภายในระยะเวลา 2 ปี หรือสามารถเรียนเพิ่มอีก 1 ปีต่อจากการศึกษาในระดับปริญญาตรี การเรียนการสอนที่นี่เน้นการลงมือปฎิบัติและนักศึกษาจะได้ใช้เวลาทำงานที่องค์กร/บริษัทสื่อของสาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่มิซซูรี่-โคลัมเบียที่ตั้งอยู่ในชุมชนใกล้เคียง หนังสือพิมพ์ The Columbia Missourian เป็นหนังสือพิมพ์เชิงทดลองของนักศึกษาจัดพิมพ์โดยสาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่มิซซูรี่-โคลัมเบีย ส่วนองค์กร/บริษัทสื่อด้านอื่นๆ ที่นักศึกษาสามารถไปทำงานด้วยได้แก่ สถานีออกอากาศวิทยุและโทรทัศน์ และบริษัทโฆษณาและประชาสัมพันธ์

สถาบันด้านวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนยูเอ็นซึ-แชปเพิ่ล ฮิลล์
สาขาวิชาวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนที่
ยูเอ็นซี-แชปเพิ่ล ฮิลล์มีเป้าหมายในการสร้างคนรุ่นใหม่ให้กับวงการอาชีพสื่อมวลชน ได้แก่ นักข่าว/นักวารสารศาสตร์, โฆษก-พิธีกร, นักวิจัย และอาจารย์ และเพื่อส่งคนรุ่นใหม่เหล่านี้ไปทำงานในโลกของการสื่อข่าวในศตวรรษที่ 21 ที่นี่เน้นการเรียนการสอนที่ทันสมัยและทักษะด้านวารสารศาสตร์แบบดั้งเดิม หลักสูตรที่เปิดสอนมีหลายระดับ มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีประมาณ 800 คน และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาอีก 100 คน ถึงแม้ว่ารายวิชาต่างๆ จะออกแบบมาเพื่อผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์, นักการตลาด และโฆษก/พิธีกรด้วยแต่นักศึกษาส่วนใหญ่มาเรียนที่นี่เพราะต้องการเป็นนักข่าว ยูเอ็นซี-แชปเพิ่ล ฮิลล์เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่ก่อตั้งเป็นอันดับแรกๆ ในสหรัฐอเมริกา และสาขาวารสารศาสตร์ก็เป็นสาขาที่ได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรมสื่อมวลชน หลายปีที่ผ่านมามีนักศึกษาและคณะอาจารย์กว่า 20 กว่าคนได้รับการเสนอชื่อหรือได้รับรางวัลพูลิเซอร์และคาดว่าในปีต่อๆ ไปจะมีจำนวนนักศึกษาหรือคณะอาจารย์ที่ถูกเสนอชื่อหรือได้รับรางวัลเพิ่มมากขึ้น

มหาวิทยาลัยเวสมินสเตอร์
มหาวิทยาลัยเวสมินสเตอร์เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในสาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่อยู่ในอันดับต้นๆ และมีนักศึกศึกษาประมาณ 200 คน และคณะอาจารย์อีก 50 ท่าน มหาวิทยาลัยเวสมินสเตอร์อยู่ในลอนดอน เมืองหลวงที่ไม่มีปัญหาด้านสื่อของยุโรป นักศึกษาที่นี่ได้รับการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อทเข้าสู่การทำงานด้านการสื่อสารในศตวรรษที่ 21 หลักสูตรปริญญาตรีที่เปิดสอนมีตั้งแต่ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตด้านวารสารศาสตร์ ไปจนถึง หลักสูตรที่เป็นสาขาเฉพาะทางอย่างเช่น สาขาการประชาสัมพันธ์, สาขาการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง หรือสาขาวารสารศาสตร์การแพทย์ หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษามีหลากหลายและมีมากกว่าหลักสูตรระดับปริญญาตรี หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เปิดสอนมีตั้งแต่ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตและประกาศนียบัตรขั้นสูง (บัณฑิตศึกษา) คณะอาจารย์และอาจารย์พิเศษที่ภาควิชาวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนนั้นล้วนแต่เป็นผู้ประกอบอาชีพในสาขาที่เกี่ยวข้องและพวกเขาได้นำเอาประสบการณ์การทำงานที่มีค่ามาสอนนักศึกษาภายในห้องเรียน สำหรับอาจารย์ที่ไม่เคยทำงานด้านวารสารศาสตร์โดยตรงก็มีพื้นฐานความรู้ทางด้านอื่นๆ ในสาขาการสื่อสาร

หมายเหตุ: สาขาวิชาหรือสถาบันด้านวารสารศาสตร์บางแห่งที่ปรากฎชื่ออยู่ในบทความนี้เป็นผู้สนับสนุนของ AsianCorrespondent.com